Categories
เศรษฐกิจ

ประเทศไทยสัญญาประกัน แนะลูกค้าใช้ 3 วิถีทางขอเอกสารผ่อนปรนภาษีปี 63

สำหรับผู้มีเงินได้จำเป็นต้องแจ้งเหตุมุ่งหวังใช้สิทธิผ่อนผันภาษีรายได้บุคคลปกติมายังบประมาณริษัทสัญญาประกันชีวิต เพื่อบริษัทนำส่งข้อมูลการจ่ายเบี้ยประกันภัยด้วยต้นแบบอิเล็กทรอนิกส์ให้กับกรมสรรพากร ซึ่งการไม่แจ้งเหตุตั้งใจจะมีผลให้ลูกค้าไม่สามารถที่จะใช้สิทธิผ่อนปรนภาษีค่าเบี้ยประกันภัย ตามข้อกำหนดของกรมสรรพากรฟ้องร้องต้องการเพื่อใช้สิทธิผ่อนปรนภาษีรายได้ดังนี้ บริษัทฯ ก็เลยได้อำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า สำหรับเพื่อการแจ้งเหตุต้องการผ่านขั้นตอนที่ไม่ยุ่งยากและก็มากมายหนทาง ดังต่อไปนี้ ศูนย์บริการลูกค้าประเทศไทยสัญญาประกันทุกสาขาทั่วทั้งประเทศ หรือเว็บ muangthai หรือ แอปพลิเคชัน MTL Click โดยสามารถแจ้งเหตุต้องการได้แล้วตั้งแต่วันนี้ถึง 31 เดือนธันวาคม63

Categories
เศรษฐกิจ

หญิงรับใช้รถยนต์ยิ้มเบาๆการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย บางจาก ประกาศปรับลด “ราคาน้ำมัน” ทุกหมวดหมู่

วันพรุ่งค่อยแวะเพิ่มเติม การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย บางจาก ประกาศปรับลด “ราคาน้ำมัน” โซฮอล์-น้ำมันดีเซล ทุกจำพวก 40 สต. เว้น E85 ปรับลด 20 สต. ส่งผลวันพรุ่ง วันที่ 29 เดือนตุลาคม 63 ผู้รายงานข่าวกล่าวว่า บมจ.การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย และก็ บมจ.บางจากน้ำมันปิโตรเลียม ประกาศปรับลดน้ำมันกรุ๊ปแก๊สโซฮอล์รวมทั้งกรุ๊ปน้ำมันดีเซลทุกจำพวก 40 เงิน/ลิตร นอกจาก E85 ปรับลด 20 เงิน/ลิตร ส่งผลตั้งแต่เวลา 05.00 น. วันที่ 30 เดือนตุลาคม 63

Categories
เศรษฐกิจ

เศรษฐกิจปี 63 ดียิ่งขึ้นติดลบเพียงแค่ 7.7% “ฟิทช์” คงจะเรตติ้งไทยการเงิน-การคลังอดทน

จากข้อมูลปัจจุบันของคนที่สมัครสมาชิกร่วมแผนการเมื่อวันที่ 16 ตุลาคมซึ่งเป็นวันแรกที่เปิดให้สมัครสมาชิกผ่าน www.คนละครึ่ง.com จะรู้ผลคนที่ไม่ใช้จ่ายเงินข้างใน 14 วัน ในวันที่ 5 พฤศจิกายนนี้ ซึ่งบัดนี้มีบุคคลที่ยังไม่ใช้จ่ายอยู่ 1,000 คน แล้วก็ถ้าหากไตร่ตรองตามปริมาณผู้สมัครสมาชิกรับสิทธิแผนการครบ 10 ล้านคน ช่วงวันที่ 27 ตุลาคมจะรู้ผลของการไม่ใช้จ่ายด้านใน 14 วัน ได้ในวันที่ 10 พฤศจิกายน63 ในขณะที่ปัจจุบันนี้มีร้านรวงสมัครสมาชิกร่วมแผนการแล้วกว่า 403,000 ร้านรวง มีร้านขายของที่เริ่มมีการใช้จ่ายจริง 132,000 ร้านรวง แล้วก็มียอดการใช้จ่ายสะสม 1,250 ล้านบาทนายพรชัยยังได้เผย คาดการณ์เศรษฐกิจไทยปี 63 แล้วก็ 64 ว่า คาดว่าจีดีพีปี 63 จะหดตัวที่ 7.7% น้อยกว่าที่คาดหมายไว้ในเดือน เดือนกรกฎาคม63 ที่ 8.5% ซึ่งสอดคล้องกับธนาคารชาติ (ธนาคารแห่งประเทศไทย) ที่คาดว่าเศรษฐกิจจะขยายตัวติดลบ 7.8% ต่ำลงจาก ไม่.ย.ที่คาดเดาขยายตัวติดลบ 8.1% ต้นสายปลายเหตุหลักที่ทำให้เศรษฐกิจไทยติดลบลดน้อยลง มี 3 ปัจจัยสำคัญเป็น1.การคลายเครียดมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสวัวโรท้องนา 2019 (วัววิด-19) รวมทั้งการเปิดประเทศ ซึ่งทำให้ปีนี้มีนักท่องเที่ยวเข้าประเทศ 6.7 ล้านคน มีรายได้ราว 300,000 ล้านบาท 2.เศรษฐกิจประเทศคู่ค้าสำคัญฟื้น นำโดยประเทศในทวีปเอเชีย ได้แก่ จีน เวียดนาม นำมาซึ่งการทำให้ภาคส่งออกไทยดียิ่งขึ้นสม่ำเสมอ 3.การควบคุมการแพร่ระบาดวัววิด-19 ของไทยเข้าขั้นดี สร้างความมั่นใจและความเชื่อมั่นให้ราษฎร ภาคเอกชนรวมทั้งต่างถิ่นคาดว่าปี 63 การบริโภคเอกชนจะหดตัวที่ 3.0% จากเดิมคาดหดตัว 3.5% รวมทั้งการลงทุนภาคเอกชนหดตัว 9.8% จากเดิมหดตัว 10.3% ในเวลาที่ค่าส่งออกจะหดตัวที่ 7.8% ดียิ่งขึ้นจากครั้งที่แล้วที่หดตัว 11% ทำให้การบริโภคแล้วก็การลงทุนภาครัฐขยายตัว 4.0% รวมทั้ง 10.5% เป็นลำดับยิ่งไปกว่านี้ ตอนช่วงหลังปี 63 ภาครัฐยังได้ดำเนินมาตรการทางการคลังเก็บของอย่างสม่ำเสมอ เพื่อส่งเสริมการฟื้นฟูสภาพของเศรษฐกิจ ทำให้มีจำนวนเงินหมุนวนในเศรษฐกิจโครงสร้างรองรับ แล้วก็เป็นผลดีต่อจีดีพี 0.54% และยังมีเงินจากการเบิกจ่ายจาก พระราชกำหนดเงินกู้ยืม 1 ล้านล้านบาท ปี 63 อนุมัติเบิกจ่ายแล้ว 385,000 ล้านบาท“การคาดเดาเศรษฐกิจคราวนี้ ไม่รวมเหตุการบ้านการเมืองเข้าไปด้วย ด้วยเหตุว่ากิจกรรมเศรษฐกิจยังเดินหน้าตามเดิม มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงปลายปีที่เมืองออกมา พอเพียงต่อการเกื้อกูลเศรษฐกิจท้ายปีให้ผ่านไปได้ ส่วนในกรณีที่หลายประเทศวัววิด-19 กลับมาระบาดรอบสอง กระทรวงการคลังมิได้ประมาท พร้อมออกมาตรการสนับสนุนเพื่อขจัดปัญหาเศรษฐกิจเร่งด่วนปี 64 สำนักงานเศรษฐกิจการคลังคาดว่าเศรษฐกิจไทยจะกลับมาขยายตัวถึงที่เหมาะ 4.5% ปีถัดไปคาดว่าการท่องเที่ยวจะฟื้นไตรมาส 3-4 ข้างหลังเริ่มมีวัคซีนต้านทานวัววิด-19 ออกมา ซึ่งจะก่อให้เศรษฐกิจดียิ่งขึ้น นักเดินทางต่างประเทศจะมาท่องเที่ยวไทยมากขึ้นเป็น 8 ล้านคน จากปี 63 ปริมาณ 6.7 ล้านคน มีรายได้เข้าประเทศราว 400,000 ล้านบาทในขณะที่นางแพตริเซีย มงคลวนิช ผู้อำนวยการที่ทำการบริหารหนี้สินสาธารณะ กล่าวมาว่า Fitch Ratings (Fitch) ได้อาจชั้นความน่านับถือของเมืองไทยที่ BBB+ แล้วก็คงจะมุมมองความน่านับถือของเมืองไทย (Outlook) อยู่ในระดับมีเสถียรภาพ ด้วยเหตุว่าความแข็งแกร่งภาคการเงินรวมทั้งภาคการคลังต่างแดนอยู่ในขั้นสูง ช่วยรองรับความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นอย่างหนัก รวมทั้งความปั่นป่วนของวิกฤติเศรษฐกิจ แล้วก็การระบาดของวัววิด-19 ได้อย่างยอดเยี่ยม ในตอนที่ภาคการเงินสาธารณะมีความแข็งแกร่ง ได้ผลสำเร็จจากการจัดการจัดแจงทางการคลังเก็บของอย่างระมัดระวังและก็เป็นไปตาม พระราชบัญญัติระเบียบการคลังการเงินของเมือง ส่วนการขาดดุลงบประมาณฯค่าใช้จ่ายรายปีที่มากขึ้น จากการดำเนินแนวทางการเงิน จะก่อให้หนี้สินสาธารณะมากขึ้นระยะสั้น แต่ว่า Fitch เชื่อถือว่าเศรษฐกิจไทยจะฟื้นและก็เติบโตในระยะปานกลางได้ โดยคาดหมายว่าเศรษฐกิจไทยปี 64 จะฟื้นขึ้น 3.8% ส่วนหัวข้อที่ Fitch สนใจรวมทั้งติดตามอย่างใกล้ชิดหมายถึงรูปร่างหนี้สินครอบครัวต่อจีดีพี แล้วก็ความไม่เที่ยงทางด้านการเมือง ซึ่งอาจมีผลต่อคุณภาพการปฏิบัติงานของภาครัฐและก็การเจริญเติบโตทางด้านเศรษฐกิจรวมทั้งสังคมของประเทศในระยะปานกลาง.